วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2552

คำสอนของแม่



แม่คงสอนให้ลูกฉลาดไม่ได้.
ลูกต้องเรียนรู้และฉลาดด้วยไหวพริบ และกึ๋นของลูกเอง

แม่อยากให้ลูกคิดและมองโลกในแง่ดี.
อย่าคิดว่าใต้ฟ้านี้มีแต่เรื่องทำไม่ได้ เป็นไม่ได้
หัดคิดให้เป็นบวกไว้แหละดี

แม่อยากให้ลูกหัดฝัน.
เมื่อไรลูกฝันเป็น ไม่ว่าจะเป็นใฝ่ฝัน
หรือความฝัน ลูกจะรู้ว่าโลกนี้มันน่าอยู่เพียงไหน

แม่อยากให้ลูกพูดแต่เรื่องดี พูดแต่เรื่องสวยงาม.
จงเป็นคนสุดท้ายที่ให้ร้ายคนอื่น และจงเป็นคนแรก
ที่ให้กำลังใจ และชื่นชม

แม่อยากให้ลูกทำเรื่องแปลกๆ.
ลูกไม่จำเป็นต้องเดินตามชีวิตประจำวันของใคร
อย่าเก็บความคิดแปลก เพียงเพราะเห็นว่ามันไม่เหมือนใคร

แม่อยากสอนให้ลูกกล้าแดด กล้าฝน.
เพราะภายใต้ไออุ่นของดวงอาทิตย์ลูกจะได้รับวิตามินดี
และภายใต้ฟ้าที่มีฝน มันจะทำให้ลูกร้องไห้โดยไม่มีใครเห็นน้ำตา

แม่อยากสอนให้ลูกออกกำลังกายทุกวัน.
อย่างน้อยคนเราก็ต้องเคลื่อนไหวทะมัดทะแมง
ลูกได้ออกแรงเสียบ้าง ลูกจะแข็งแกร่งไม่อ่อนแอ

แม่อยากให้ลูกยิ้ม และอยู่กับโลกด้วยความรัก.
ยิ้มอาจจะไม่ชนะทุกสิ่ง ยิ้มมากๆอาจจะดูเหมือนคนบ้า
แต่มันก็ดีกว่าหน้าบึ้งหน้างอเป็นไหนๆ

แม่อยากสอนให้ลูกรู้จักอดทน.
ลูกต้องเรียนรู้ว่าลูกไม่มีทางได้ทุกๆอย่างที่ลูกหวังไว้
อดทนและอย่าได้เสียกำลังใจ อย่าท้อและขอให้เริ่มใหม่อย่างมีพลัง

แม่อยากสอนให้ลูกเขย่งขาขึ้นให้สูง.
ไม่มีอะไรที่สูงไปกว่าสองมือเราจะเอื้อมคว้า
เพียงแค่ว่าเรายืนยันที่จะไม่ยืนอยู่กับที่

แม่อยากสอนให้เจ้ามีความสุข.แต่อย่าลืมทุกข์ด้วยล่ะลูก
คนที่ไม่เคยมีความทุกข์ เขาสุขจริงๆไม่เป็นหรอก เจ้าเอย

ไอคิวมันติดมาแต่บนฟ้าลูกจ๋า ไม่ฉลาดก็มีความสุขได้ไม่ต้องห่วง
อย่าน้อยใจถ้าตามใครเขาไม่ทัน อย่าเสียขวัญถ้าเราช้ากว่าใครๆ
อีคิวมันต้องหาเองบนโลกนี้ลูกเอ๋ย ไม่ฉลาดก็น่ารักและมีความสุขได้

"อย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลงปรับปรุง ลูกมีกำลังใจเป็นถุงจากแม่ ไม่ต้องกลัว"

ขอขอบคุณข้อมูล กลอนวันแม่ : www.exteen.com

ใกล้ถึงวันแม่แล้วลูกรัก


ครบเก้าเดือนอุ้มท้องเจ้าร้องไห้
ใคร?เจ็บเจียนขาดใจกลับไม่บ่น
เลือดทั้งกายกลั่นไหลเป็นสายปน
รักเข้มข้นพันผูกให้ลูกยา

จนผ่านวันผ่านเดือนหมุนเคลื่อนคล้อย
เจ้าเด็กน้อยเริ่มมีแรงเริ่มแกร่งกล้า
ค่อยสอนเดินสอนทำสอนคำจา
สอนวิชาเรียนรู้ไว้คู่ใจ

จากวันนั้นถึงวันนี้หลายปีผ่าน
จนวันวารเปลี่ยนสู่วัยผู้ใหญ่
ส่งเรียนสูงศึกษามหาวิทยาลัย
ได้อาศัยลูกแน่ยามแก่ชรา

สู้อาบเหงื่อต่างน้ำทำงานหนัก
เพื่อลูกรักได้ผ่านการศึกษา
เล่าเรียนจบจนคว้าปริญญา
แม่ภูมิใจลูกมีตราปัญญาชน

มีครอบครัวอยู่เย็นเป็นฝั่งฝา
คงหมดภาระใจไม่หมองหม่น
ลูกคงมีความสุขไม่ทุกข์ทน
แม่คนนี้ย่างเข้าแล้ววัยชรา...

นี่ใกล้ถึงวันแม่แล้วลูกรัก..
อยากทายทักถามไถ่ได้พบหน้า
สบายดีหรือเปล่าเจ้าลูกยา
สื่อภาษาความรักจากหญิงนึง
มีรูปถ่ายเก่าเก่าคลายเหงาบ้าง
มีไอ้ด่างข้างกายคลายคิดถึง
ภาพลูกน้อยผ่านวัยให้รำพึง
เงียบหายซึ่งข่าวคราวเจ้ากลอยใจ

นั่น...หญิงชรา
แลนัยน์ตาหม่นหมองอยากร้องไห้
ฝากสายลมแสงดาวกล่าววอนไป
ขอกลอยใจกลับคืนถิ่นก่อนสิ้นลม

ขอขอบคุณ กลอนวันแม่ : Thaipoem.com โดยคุณ ธันวันตรี

คำสอน..ของแม่


เสียงที่เคย เอ่ยฟัง ยังคงอยู่
เฝ้าอุ้มชู เลี้ยงดู มิรู้หน่าย
คอยฟูมฟัก ด้วยรัก ลูกมากมาย
มิท้อใจ ขอให้ ลูกได้ดี

ความฉลาด แม่อาจ วาดไม่ได้
ลูกต้องใช้ หัวใจ ไล้แต้มสี
ประสบการณ์ ก้าวผ่าน เนิ่นนานมี
กลวิธี แห่งชีวี ที่มีมา

แม่อยากให้ ใจลูก คิดถูกต้อง
จงไตร่ตรอง พิศมอง ผองปัญหา
ทางสายกลาง ทิศทาง สร้างปัญญา
รักศรัทธา ค่าความดี ที่เจ้าทำ

เมื่อลูกเห็น ใครลำเค็ญ อย่าเข่นข้อง
เข้าทำนอง กองไม้ล้ม ก้มเหยียบย่ำ
เฝ้าคิดร้าย ต่อใคร ไม่ควรทำ
ลูกจงจำ ถ้อยคำ แม่ย้ำเตือน

จงก้าวเดิน เผชิญจิต ลองผิดถูก
เมื่อคิดผูก ต้องลุก กระตุกเงื่อน
ด้วยตัวเรา เท่านั้น อย่าฟั่นเฟือน
คิดเลอะเลือน เงื่อนตาย ได้อายตัว

จงเรียนรู้ สู่ทาง อย่างอดกลั้น
มิหวาดหวั่น พลันตก อกสลัว
ใช้สมอง ตรองพิศ อย่าคิดกลัว
ดีหรือชั่ว ตัวเรา ย่อมเข้าใจ

ลูกมีสิทธิ์ คิดฝัน ทุกวันวี่
แต้มชีวี สีสัน อันสดใส
แม้นไม่อาจ วาดฝัน ได้ทันใด
สู้ต่อไป อย่าสิ้นไร้ ในใจตน

ยามใดสุข เผื่อทุกข์ เข้าปลุกปลอบ
นี่คือกรอบ ครอบใจ ได้ทุกหน
ทางชีวิต ลิขิตวาง อย่างแยบยล
บรรลุผล หลุดพ้น วังวนกรรม

แม่อยากให้ ยิ้มไว้ ทั่วใบหน้า
ใครว่าบ้า อย่าสน คนพูดพร่ำ
ยิ้มเพื่อได้ ล้างใจ ใคร่ควรทำ
ยิ้มประจำ นำชีวิต จิตเบิกบาน

มีสิ่งหนึ่ง พึงจำ ในคำแม่
ความจริงแท้ แน่วแน่ ไม่แปรผัน
พูดโกหก เหมือนตก นรกพลัน
ทุกข์อนันต์ มหันต์ภัย ดั่งไฟฟอน

กำลังใจ แม่ให้ ไม่มีหมด
มิเลี้ยวลด จำจด ทุกบทสอน
พระคุณแม่ แท้จริง ยิ่งสาคร
ประนมกร อ่อนแนบ แทบเท้าเอย

ขอขอบคุณ กลอนวันแม่ : Thaipoem.com โดยคุณ เที่ยนหยด

กอดของแม่


อุ่นอันใดในหล้าที่ว่าอุ่น
ไม่ละมุมทดแทนเท่าแขนแม่
ที่ตวัดโอบร่างอย่างดูแล
ยามลูกแพ้ด้วยฤทธิ์พิษสังคม

มือแม่นั้นโอบมาจากบ่าซ้าย
แนบเรือนกายกลางหลังฝังความขม
ตบเบาเบาหมายให้ไล่ความตรม
ดุจสายลมอบอุ่นละมุนละไม

น้ำตาลูกรินลงอยู่ตรงหน้า
แม้เหนื่อยล้าเจ็บท้อเพียงขอให้
รอยกอดนั้นลึกล้ำมาค้ำใจ
ตลอดไปชั่วกาลนานนิรันดร์

ลูกวันนี้อยู่อย่างห่างคนกอด
คำพร่ำพลอดห่วงใยไกลเกินฝัน
แขนที่โอบแนบสนิทติดชีวัน
ก็มีอันจากไปในเวลา

ลูกจะรอวันหนึ่งถึงวันนั้น
วันที่ฝันอบอุ่นยังกรุ่นฟ้า
วันที่ต้องทดท้อต่อชะตา
วันเหว่ว้ามาเตือนเยือนชีวี

ลูกจะหยิบมือแม่วางกลางศีรษะ
อย่าปล่อยนะวางไว้ตรงใจนี่
ด้วยความรักศรัทธาและปรานี
ให้ลูกนี้ยืนหยัดในบัดดล...

ขอขอบคุณ กลอนวันแม่ : Thaipoem.com โดยคุณ นักสืบ ไร้อันดับ

ก่อนแม่จะสิ้นลม


แม่จ๋าช่วยหนูด้วย
ครวญครางให้ช่วยเจ็บปวด
กระโดดเต้นดิ้นพรวด
เฮือกสุดท้ายลมหายใจ

ดั่งหนึ่งตัวแตกดับ
มิอาจรับรู้ใดได้
ร้อนรุ่มราวสุมไฟ
อีกเย็นเยือกสลับกัน

ลูกน้อยนอนแน่นิ่ง
ทุกสรรพสิ่งมืดดับพลัน
แม่นี้จะฆ่ามัน
เจ้าชั่วช้ามาคุกคาม

เจ็บแปลบปวดแสบทั่ว
ราวเนื้อตัวต้องพิษหนาม
แผ่ซ่านรานรุกราม
ความมืดมิดเข้าครอบครอง

เลือนรางความรู้สึก
มิอาจนึกใดทั้งผอง
ตั้งจิตเข้าประคอง
เพื่อต่อต้านกับมวลพิษ

ก่อนที่จะม้วยมรณ์
ข้าขอวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ขอยลลูกสักนิด
พร้อมสั่งลาก่อนลาไกล

ลมหายสุดท้ายก่อนไกลร่าง
ทั่วสรรพางค์หน่วงหนักพักทุกสิ่ง
แว่วแว่วเสียงแม่จ๋าอย่าทอดทิ้ง
ยังเล็กยิ่งลูกจะอยู่กับผู้ใด

ความรู้สึกขาดห้วงยังห่วงลูก
เจ้าบุญปลูกของแม่อยู่ที่ไหน
มาให้แม่ยลยินจวนสิ้นใจ
ก่อนที่แม่จะหลับใหลชั่วนิรันดร์

ปีกบางกางโอบลูกน้อยกลอยใจ
มิอาจขยับได้เพียงไหวสั่น
เคลื่อนเพียงปลายปีกขนที่เบาเท่านั้น
ลูกน้อยร้องลั่นแทรกซบอกเอย

งูเห่าเอยใยเจ้าใจร้ายนัก
กล้าพรากรักแม่ลูกสุขเสวย
แล้วหลบเลื้อยหนีไปไม่เหลือเลย
สองชีวีสังเวยที่เหลืออยู่ใย


ขอขอบคุณ กลอนวันแม่ : Thaipoem.com โดยคุณ นรศิริ

อุ้มรัก


อุ่นใดเล่าอุ่นนักอุ่นรักเจ้า
อุ่นที่เฝ้าดูแลและถนอม
อุ่นสายใยผูกพันทุกวันยอม
อุ่นในอ้อมกอดรักฟูมฟักรอ

ให้เจ้าได้เติบใหญ่ในครรภ์น้อย
เก้าเดือนคอยหัวใจไม่เคยท้อ
เก็บความรักความหวังพลังพอ
เพียงแค่ขอให้เจ้าเฝ้าเติบโต

จะเก็บเกี่ยวความฝันทุกวันไว้
เจ้าเติบใหญ่รายล้อมพร้อมสุขโข
ให้สมบูรณ์แข็งแรงแกร่งกล้าโชว์
เป็นสายโซ่เกี่ยวรัดผูกมัดใจ

ให้เจ้าเป็นเด็กดีปรีดานัก
รักทอถักยืนยงอสงไขย
เป็นความหวังของพ่อแม่ต่อไป
อิ่มอุ่นใดอุ่นเท่ารักเจ้าเอย..

ขอขอบคุณ กลอนวันแม่ จาก Thaipoem.com โดยคุณ ยาแก้ปวด

เรียงความเรื่องแม่


...จุดเริ่มต้นเรื่องราวปวดร้าวยิ่ง
ได้แต่นิ่งเกินจำหลักวาดอักษร
ครูให้เขียนการบ้านเรื่องมารดร
หนูสะท้อนทุกครั้ง...หลั่งน้ำตา

จักให้เขียนเริ่มต้นจนใจแท้
คำว่า “ แม่ ”..ยิ่งใหญ่จริงไหมหนา
ตั้งแต่จำความได้ในจินตนา
ภาพใบหน้า..แม่นั้นเป็นฉันใด

ตั้งแต่หนูลืมตามาดูโลก
พบแต่โศก..หดหู่ครูรู้ไหม
รสสัมผัสอันอบอุ่นที่คุ้นใจ
เป็นอย่างไรไม่รู้..หนูไม่มี

เห็นคนอื่นพร้อมพรั่งทั้งแม่พ่อ
เฝ้าพะนอเอาใจให้สุขี
ยามหกล้มช่วยยื้อยุดฉุดชีวี
ปลอบฤดีเรียกขวัญพลันกลับคืน

เฝ้าประคองสองมือแม่ดูแลลูก
รักพันผูกห่วงใยมิใช่ฝืน
ต่างกับหนูยามช้ำต้องกล้ำกลืน
ก้อนสะอื้นในอกจนตกใน

ไร้คำปลอบยามหม่นต้องทนทุกข์
ไร้คำปลุกยามพรั่นหวาดหวั่นไหว
ไร้ที่พึ่งพักพิงอิงทางใจ
ไร้สิ่งใดที่ใครเขามีกัน..

ยามจะนอนไร้ลำนำบทขับกล่อม
ที่รายล้อมคือความเหงาเศร้าโศกศัลย์
กอดตัวเองอุ่นกายในบางวัน
แต่ใจนั้นหนาวอยู่มิรู้คลาย

แทนความนัยตอกย้ำเด็กกำพร้า
คือน้ำตาหยาดรินมิสิ้นสาย
อยากจะเขียนเสกสรรค์คำบรรยาย
สื่อความหมายคล้ายสมองต้องตีบตัน

จึงยากเค้นอักษรป้อนความหมาย
ที่เรียงรายคือน้ำตามาปลอบขวัญ
แทนหยาดหมึกจารึกไว้นัยสำคัญ
ถึงแม่นั้น..คือน้ำตาที่พร่านอง

จารจากใจถึงแม่จ๋า..ว่าลูกรัก
ชาตินี้ลูกบุญน้อยนักจักสนอง
หากชาติหน้าถ้ามีให้สมปอง
ทุกครรลองพร้อมหน้ากันสวรรค์ดล

กระดาษเปล่าเล่าความด้วยน้ำตา
แทนอักษราเรียงความติดตามผล
ส่งคืนครูด้วยใจหากได้ยล
หนูหมองหม่นทุกทีที่เรียงความ..

ขอขอบคุณ กลอนวันแม่ : thaipoem.com โดยคุณ เฌอมาลย์

เรียงความเรื่องแม่


...จุดเริ่มต้นเรื่องราวปวดร้าวยิ่ง
ได้แต่นิ่งเกินจำหลักวาดอักษร
ครูให้เขียนการบ้านเรื่องมารดร
หนูสะท้อนทุกครั้ง...หลั่งน้ำตา

จักให้เขียนเริ่มต้นจนใจแท้
คำว่า “ แม่ ”..ยิ่งใหญ่จริงไหมหนา
ตั้งแต่จำความได้ในจินตนา
ภาพใบหน้า..แม่นั้นเป็นฉันใด

ตั้งแต่หนูลืมตามาดูโลก
พบแต่โศก..หดหู่ครูรู้ไหม
รสสัมผัสอันอบอุ่นที่คุ้นใจ
เป็นอย่างไรไม่รู้..หนูไม่มี

เห็นคนอื่นพร้อมพรั่งทั้งแม่พ่อ
เฝ้าพะนอเอาใจให้สุขี
ยามหกล้มช่วยยื้อยุดฉุดชีวี
ปลอบฤดีเรียกขวัญพลันกลับคืน

เฝ้าประคองสองมือแม่ดูแลลูก
รักพันผูกห่วงใยมิใช่ฝืน
ต่างกับหนูยามช้ำต้องกล้ำกลืน
ก้อนสะอื้นในอกจนตกใน

ไร้คำปลอบยามหม่นต้องทนทุกข์
ไร้คำปลุกยามพรั่นหวาดหวั่นไหว
ไร้ที่พึ่งพักพิงอิงทางใจ
ไร้สิ่งใดที่ใครเขามีกัน..

ยามจะนอนไร้ลำนำบทขับกล่อม
ที่รายล้อมคือความเหงาเศร้าโศกศัลย์
กอดตัวเองอุ่นกายในบางวัน
แต่ใจนั้นหนาวอยู่มิรู้คลาย

แทนความนัยตอกย้ำเด็กกำพร้า
คือน้ำตาหยาดรินมิสิ้นสาย
อยากจะเขียนเสกสรรค์คำบรรยาย
สื่อความหมายคล้ายสมองต้องตีบตัน

จึงยากเค้นอักษรป้อนความหมาย
ที่เรียงรายคือน้ำตามาปลอบขวัญ
แทนหยาดหมึกจารึกไว้นัยสำคัญ
ถึงแม่นั้น..คือน้ำตาที่พร่านอง

จารจากใจถึงแม่จ๋า..ว่าลูกรัก
ชาตินี้ลูกบุญน้อยนักจักสนอง
หากชาติหน้าถ้ามีให้สมปอง
ทุกครรลองพร้อมหน้ากันสวรรค์ดล

กระดาษเปล่าเล่าความด้วยน้ำตา
แทนอักษราเรียงความติดตามผล
ส่งคืนครูด้วยใจหากได้ยล
หนูหมองหม่นทุกทีที่เรียงความ..

ขอขอบคุณ กลอนวันแม่ : thaipoem.com โดยคุณ เฌอมาลย์

แม่คือครูคนแรก

แม่เรา คือ ครูคนแรก
มีแต่ให้ มิรู้สิ้น ถวิลเกื้อ
ทุกหยาดเหงื่อ ปกป้อง ยามร้องไห้
สองมือแห่ง ความรัก พิทักษ์ภัย
สองมือไกว เห่กล่อม ยอมอ่อนเพลีย

ยามลูกสุข แม่สุข ไม่ทุกข์ท้อ
พร้อมสู้ต่อ โอบอุ้มเจ้า เฝ้าส่งเสีย
ยามแม่เหนื่อย มีลูกน้อย เคล้าคลอเคลีย
หายเหนื่อยเพลีย ด้วยรักลูก โดยผูกพัน

ยามเจ็บไข้ เจ้างอแง แม่เจ็บกว่า
แทบใบ้บ้า ทุกข์ร้อน สุดผ่อนผัน
สองมืออุ้ม ทะนุถนอม ดั่งชีวัน
หาหยูกยา มาแบ่งปัน ช่วยบรรเทา

ลูกรู้ไหม ดวงใจแม่ มีแต่ให้
คล้องสายใย เฝ้าดูแล แม้เหน็บหนาว
สองมือกอด ตระกอง อย่างแผ่วเบา
เพื่อให้เจ้า อบอุ่น อย่างคุ้นเคย

สองมือป้อน ความห่วงใย ไม่มีเปลี่ยน
สอนลูกเขียน ท่องจำ ใช่เมินเฉย
ครูคนแรก ในดวงใจ ใช่ใครเลย
รู้ไหมเอ่ย แน่แท้ แม่นั่นเอง

ของขวัญจากลูก


มะลิหอมน้อมวางข้างข้างตัก
กรุ่นกลิ่น "รัก" บริสุทธิ์ผุดผ่องใส
แทนทุกคำทุกถ้อยร้อยจากใจ
เป็นมาลัย "กราบแม่" พร้อมน้อมบูชา

กี่พระคุณจากใครอื่นนับหมื่นแสน
อาจทนแทนเปรยเปรียบเทียบคุณค่า
แต่พระคุณ"หนึ่งหยดน้ำนมมารดา"ทั้งสามภพจบหล้า...หาเทียมทัน

ลูกไม่อาจเอ่ยแสดงแถลงถ้อย
หรือเรียงร้อยพจนามาเสกสรรค์
เพื่อบรรยายพระคุณนี้ที่ "อนันต์"
จึงตั้งมั่น "กตัญญุตา" ตลอดไป

หนึ่งคำ "รัก" ลูกรักแม่ แม้ค่าน้อย
ต่างเพชรพลอย ตีราคาค่ามิได้
แต่แม่จ๋า... "รักที่หนึ่ง" ของหัวใจ
มิใช่ใคร "ลูก รัก แม่" แน่นิรันดร์


--------------------------------------------------------------

วันแม่ กลอนวันแม่


แม่...หญิงยอดคน

กรองวจีเรียงถ้อยร้อยความรัก
บรรจงถักคำหวานผ่านอักษร
แทน"มาลามะลิ"สวย...ด้วยบทกลอน
กราบ "มารดร" ด้วยรักมั่น "กตัญญุตา"

หากค้นหาความรักจากทุกภพ
หลอมบรรจบเป็นรักที่มากค่า
"รักของแม่" แม้ล้านคำพร่ำพรรณนา
มิอาจหาเปรยเปรียบเทียบทดแทน

ลูกกี่คน... "แม่" เลี้ยง-รัก...ไม่พัก-ผ่อน
ถึงเดือดร้อน...เหนื่อยยากลำบากแสน
ให้ลูกอิ่ม...แม้อัตคัดจนขาดแคลน
จะแร้นแค้น...ซูบเพียงกาย...รักไม่จาง

ชีวิตลูกที่ดำเนินเดินถูกต้อง
เพราะแม่ประคับประคองไม่เหินห่าง
ยามลูกเดินหลงทิศ...ผิดเส้นทาง
แม่คือเทียนส่องสว่าง...กลางดวงใจ

แม่จ๋า...แม่พร่ำสอน...คือพรประเสริฐ
เป็น "พร" เลิศผ่องพิสุทธิ์ดุจแก้วใส
ด้วยไม่มีเคลือบแคลงแฝงเภทภัย
ลูกจดจำ...รำลึกไว้...ใช้เตือนตน

กรองวจีเรียงถ้อยร้อยความรัก
บรรจงถักเป็น"สร้อยคำ"...ที่งามล้น
สื่ออักษรกลอน "รัก" จากกมล
บูชา "แม่"..."หญิงยอดคน"...หนึ่งในใจ


--------------------------------------------------------------
วันแม่ กลอนวันแม่


อุ่นไอรัก...จากแม่

กลิ่นความรักหอมนวลอวลไออุ่น
มือละมุนเนียนนุ่มอุ้มโอบขวัญ
ทะนุถนอมตระกรองกอดยอดชีวัน
ประครองป้องผองภยันอันตราย

กี่สิบถ้อยร้อยคำรำพันพรอด
ที่ถ่ายทอด “คำรัก” หลากความหมาย
กี่เปรียบเปรยสรรหามาบรรยาย
ฤาเทียบสายใยรักจาก…มารดา

ครั้งที่ลูกยังเป็นเด็ก เล็กเล็กอยู่
แม่คือ “ครู” สอนอ่านเขียนเรียนภาษา
ให้คำเตือน…เสมือนแสงแห่งปัญญา
ให้วิชาคือ “รู้คิด” ที่ติดตน

ยามลูกเหนื่อยอนาทรแสนอ่อนล้า
ต้องการคำปรึกษาหาเหตุผล
แล้วหันมองรอบกาย…คล้ายมืดมน
ยังพบคนหนึ่ง…คือแม่…คอยแลมอง

แม่จ๋า…แม่คือยอดสตรีที่ประเสริฐ
แม่...เลอเลิศหนึ่งในใจไม่เป็นสอง
แม่...สูงค่ากว่าหยาดเพชรเกร็ดสีทอง
เกินยกย่องด้วยล้านคำ…พร่ำพรรณนา

หอมกลิ่นความรักนวลอวลไออุ่น
ระลึกคุณ แม่โอบอุ้มคุ้มเกศา
มือของลูกจึงเรียงร้อยถ้อยวาจา
เป็นมาลาหอม “รัก” กราบจากใจ

--------------------------------------------------------------
มาลัย วันแม่ กลอนวันแม่


“มาลัยอักษรา” บูชาแม่

โอ้ละเห่-ฟูมฟัก...ด้วยรักเจ้า
เมื่อยามเยาว์แม่ถนอมกล่อมจอมขวัญ
เอื้ออาทร-ร้อนร้าย แม่คลายพลัน
ภัยกางกั้นแม่กล้าฟันฝ่าไป

หวังเพียงแค่ “คนดี” ที่แม่รัก
จะมีหลักอนาคตที่สดใส
ยอมลำบากยากเย็นทุกข์เข็ญใจ
ด้วยสายใยรักแน่น ไม่แคลนคลอน

แม่จ๋า...ล้านความรักจากใครเขา
หลอมรวมเข้าอาจแกร่งยิ่งดั่งสิงขร
แต่... “รัก” หญิงที่ขนานนาม “มารดร”
แกร่งแน่นอน..กว่าสิ่งใดในโลกา

แม่จ๋า...แม่คือหญิงที่ยิ่งใหญ่
เหนือเทพไท้ ทั้งสามภพจบทั่วหล้า
พระคุณล้นเกินรำพันจำนรรจา
พรรณนาเทียบได้...ไม่เพียงพอ

จะหาทิพย์จากสวรรค์ ณ ชั้นสรวง
กรองเป็นพวงแทนพลอย...ทำสร้อยศอ
หรือหยิบดาวพราวฟ้ามาทักทอ
แทนป่านปอ....เป็นของขวัญ...นั้นด้อยไป

โอ้ละเห่..ที่ฟูมฟัก “ลูกรักแม่”
สัญญาแน่..เป็นคนดีมิเผลอไผล
เพื่อทดแทนคุณความรัก...จากดวงใจ
กราบด้วย “มาลัยอักษรา” บูชาเอย



*** ขอขอบคุณบทกลอนวันแม่จาก คุณสัจจาภรณ์ ไวจรรยา

กลอนวันแม่แห่งชาติ

"กลอนวันแม่แห่งชาติ" หรือที่นิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า "กลอนวันแม่" เป็นกลอนที่เเต่งขึ้นมาเพื่อรำลึกถึงพระคุณของเเม่ผู้ให้กำเนิด ส่วนใหญ่การเเต่งกลอนวันเเม่จะมีขึ้นในช่วงวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี ซึ่งถือเป็นวันคล้ายวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เเละเป็นวันเเม่เเห่งชาติของประเทศไทย ที่ทุกคนรู้ต่างรับทราบและซาบซึ้งกันดี เนื่องจากวันสำคัญนี้ทางหน่วยงานราชการ องค์กรรัฐวิสาหกิจ หรือโรงเรียนสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ มักจะจัดกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับวันเเม่ขึ้นมา กิจกรรมที่เป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมากคือการ เเต่งกลอนวันเเม่ ขึ้นมาเพื่อให้เด็กๆ ได้เเสดงออกถึงความรักที่ลูกมีต่อเเม่

ตัวอย่าง กลอนวันเเม่แห่งชาติ หรือกลอนวันแม่


"วันเกิดเราเป็นดั่งวันสิ้นลมแม่
เจ็บปวดแท้ดั่งน้ำตาพาจะไหล
สองมือออบโอบอุ้มแกว่งเปล
น้ำนมเลี้ยงอุ้มชูให้เติบใหญ่มา
แม่เปรียบดั่งยารักษายามป่วยไข้
แม่เปรียบดั่งต้นไม้ใหญ่ร่มใบหนา
แม่เปรียบดั่งดวงตะวันส่องแสงมา
แม่เปรียบดั่งผ้าห่มหนาอบอุ่นกาย
เปรียบดั่งพระในบ้านชี้แนะลูก
สถิตย์ถูกอยู่กลางใจไม่ไปไหน
กตัญญูตอนนี้ยังไม่สายไป
ก่อนแม่ไซร้หลับตาไปไม่ลืมเอย"

"แม่คือพรหม ประเสริฐ สุดของลูก
ความพันผูก แม่ลูก มากหนักหนา
จะเลี้ยงดู เมื่อแม่ แก่ชรา
ตราบชีวา ของแม่ จะสิ้นลม"

"สตรีใด ไหนเล่า เท่าเธอนี้
เป็นผู้ที่ ลูกทุกคน บ่นรู้จัก
เป็นผู้ที่ มีพระคุณ การุณนัก
เป็นผู้ที่ สร้างความรัก สอนความดี
เป็นผู้ที่ คอยสั่งสอน เอาใจใส่
คอยห่วงใย เราทุกคน จนวันนี้
เปรียบแสงทอง สว่างล้ำ นำชีวี
เธอคนนี้ คือ แม่ ของเราเอง"

"กลั่นเม็ดเลือดเม็ดน้อยนับร้อยหยด
จนปรากฏเป็นหยดนมรสกลมกล่อม
เพื่อหล่อเลี้ยงทารกน้อยค่อยอดออม
เฝ้าถนอมฟูมฟักรักเมตตา
วันเปลี่ยนวันเดือนเปลี่ยนเดือนหมุนเคลื่อนคล้อย
จากเด็กน้อยเริ่มมีแรงแข็งกล้า
ค่อยสอนเดินสอนทำสอนคำจา
สอนปัญญาสอนวิชาสารพัน
ทารกน้อยวันนี้เห็นเป็นผู้ใหญ่
แม่ภูมิใจในผลงานการสร้างสรรค์
ความเหน็ดเหนื่อกายใจหายไปพลัน
เมื่อถึงวันลูกได้รับปริญญา
วันนี้ลูกของแม่สุขถ้วนทั่ว
มีครอบครัวอยู่เย็นเป็นฝั่งฝา
แม่คนนี้ย่างเข้าสู่วัยชรา
รอเวลาสู่กองฟอนตอนสิ้นใจ
วันเอยวันแม่
สองตาแลหม่นหมองอยากร้องไห้
บ้านแม่อยู่วันนี้ไม่มีใคร
มีแต่ไก่กับหมาที่สีมอซอ
อยากฝากดาวถามฟ้าหาลูกรัก
ใครรู้จักบอกให้ได้ไหมหนอ
แม่ชราผู้อยู่หลังยังเฝ้ารอ
บอกอยากขอเห็นหน้าอีกคราเอย"

"รักของแม่บริสุทธิ์ดุจน้ำใส รักของแม่นั้นไซร้มิแปรผัน รักของแม่นั้นอยู่ยงคงกระพัน รักนิรันดร์รักแน่แท้แม่ผมเอง ยามลูกร้องประคองรักสลักจิต ยามลูกผิดคิดแก้ไขไม่ให้เคว้ง ยามลูกเจ็บแม่ร่ำร้องอยากเจ็บเอง ยามลูกเก่งแม่ปลื้มใจใครเลี้ยงมา ลูกซาบซึ้งหนึ่งพระคุณการุณเกื้อ รักเหลือเชื่อเผื่อแผ่ไว้ให้โลกหล้า ลูกน้อมกราบศิโรราบบาทบาทา ขอความสุขแก่แม่ข้า.....รักแม่จัง"


"เนื่องในโอกาส12สิงหา
ลูกน้อยกราบทดแทนพระคุณแม่
ด้วยใจรักภักดีมิผันแปร
เพราะว่าแม่คือพระในดวงใจ
ท่านอบรมสั่งสอนให้ศึกษา
หวังพึ่งพ่ลูกน้อยให้เติบใหญ่
นำใจแม่กว้างกว่าท้องฟ้าไกล
ท่านหวังให้ลูกน้อยเป็นคนดี
แม่เอ๋ยแม่จ๋าสุดที่รัก
ลูกตระหนักซึ้งในพระคุณแม่
ลูกสัญญาจะรักแม่ไม่เปลี่ยนแปร
เพราะว่าแม่คือหญิงเดียวในดวงใจ"